• Home
  • Blog
  • Uncategorized
  • 6 เทคโนโลยีดิจิทัลยอดฮิตที่ SME เลือกใช้ในธุรกิจท่องเที่ยว

6 เทคโนโลยีดิจิทัลยอดฮิตที่ SME เลือกใช้ในธุรกิจท่องเที่ยว

       การท่องเที่ยว มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทยมายาวนาน แต่ที่ผ่านมาการขับเคลื่อนเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานเป็นปัจจัยหลัก การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจมีน้อยมาก ทำให้ผลิตภาพการผลิตและคุณค่าเพิ่มแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเลยในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ประกอบกับการเกิดวิกฤต ภัยพิบัติต่างๆ เช่น สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลให้ธุรกิจดังกล่าวได้รับผลกระทบอย่างหนัก จึงทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวโดย SMEs และวิสาหกิจชุมชน มีการปรับตัวนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจของตนเอง เช่น

enterprise resource planning holographic interface

       1. ระบบซอฟต์แวร์การบริหารจัดการทางธุรกิจ ERP (Enterprise Resource Planning)

       ระบบบริหารจัดการทรัพยากรทางธุรกิจ โดยการเชื่อมโยงระบบงานต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน อาทิ ระบบบัญชี ระบบการเงิน ระบบทรัพยากรบุคคล ระบบการผลิต และระบบการกระจายสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแบบองค์รวม ให้มีความโปรงใสตรวจสอบการทำงานได้ในทุกขั้นตอน และได้ข้อมูลที่รวดเร็ว ถูกต้องชัดเจน ทดแทนการทำงานแบบ Manual ที่จัดเก็บข้อมูลลงสมุดหรือในโปรแกรม excel ที่ตรวจสอบข้อมูลได้ยาก ก่อให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย และไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้

       2. ระบบซอฟต์แวร์การบริหารจัดการลูกค้า CRM (Customer Relationship Management)

       ระบบบริหารจัดการลูกค้า โดยการเชื่อมโยงระบบงานต่างๆ ในการจัดการลูกค้าเข้าไว้ด้วยกัน อาทิ ระบบข้อมูลลูกค้า ระบบการขาย ระบบบริการลูกค้า ระบบการตลาด และระบบรายงานลูกค้า เพื่อให้องค์กรมีข้อมูลลูกค้าอยู่ในระบบแบบรวมศูนย์ในที่เดียวที่สามารถเข้าถึงได้ทั่วทั้งองค์กร ซึ่งทำให้ทีมขายสามารถกระตุ้นยอดขาย ลดเวลาขั้นตอนในการขาย และเพิ่มโอกาสในการขายให้เกิดประโยชน์สูงสุด

       3. ระบบ E-Commerce (Electronic Commerce)

       ระบบซื้อขายออนไลน์โดยใช้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเป็นสื่อในการนำเสนอสินค้าและบริการต่างๆ และสามารถเชื่อมต่อกับทุก Marketplace เช่น Shopee Lazada รวมถึงคำสั่งซื้อที่มาจาก Social Network เพื่อเพิ่มช่องทางการขายสินค้าและเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจ

       4. ระบบ Booking Engine

       ระบบจองห้องพักออนไลน์ ที่มีการเชื่อมโยงระบบงานต่างๆ ในการจองเข้าไว้ด้วยกัน อาทิ ระบบการจอง ระบบชำระเงินออนไลน์ ระบบการขาย (ราคาห้องพัก วันที่ต้องการเข้าพัก) และระบบข้อมูลลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถจองห้องพักและจ่ายเงินได้ทันทีผ่านทางเว็บไซต์/แอปพลิเคชันของโรงแรม รวมถึงรองรับการจองที่มาจาก Social media เพื่อเพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายที่เข้าถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายและทำทุกอย่างได้ง่ายขึ้น

       5. AR (Augmented Reality Technology)

       AR Technology เป็นการนำเทคโนโลยีมาสร้างสื่อเสมือนจริงที่ผสมผสานระหว่างความเป็นจริง และโลกเสมือนที่สร้างขึ้นมาเข้าด้วยกัน เพื่อนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่น่าตื่นเต้น สนุกสนาน ผ่านภาพแอนิเมชัน ภาพ 3 มิติ หรืออื่นๆ รวมถึงการจำลองเป็นมัคคุเทศก์เสมือน ให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนมากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า และช่วยทำการตลาดเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ

       6. IoT (Internet of Things)

       เทคโนโลยี IoT เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์โครงข่าย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เซนเซอร์ และวัตถุต่างๆ เข้าด้วยกันบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อันเป็นผลให้ระบบต่างๆ สามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกันและทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นอัตโนมัติ เช่น

       ระบบเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farm) ในแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ใช้อุปกรณ์ IoT เชื่อมโยงกับโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้ปลูกสามารถดูแลพืชผักได้ทุกที่ ทุกเวลาผ่านสมาร์ทโฟน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอัจฉริยะที่เปิดให้ผู้สนใจมาเรียนรู้เป็นต้นแบบ และสร้างรายได้อีกทางหนึ่งให้กับเกษตรกรนอกเหนือจากการขายผลผลิตทางการเกษตร

       การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในธุรกิจท่องเที่ยวของ SMEs และวิสาหกิจชุมชน ตามที่กล่าวถึงข้างต้น ก่อให้เกิดการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พลิกวิกฤตเป็นโอกาสใช้เทคโนโลยีเสริมแกร่งธุรกิจ และเตรียมพร้อมพลิกฟื้นธุรกิจหลังสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุน SMEs และวิสาหกิจชุมชน มีการปรับตัวนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ โดยตั้งเป้าขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนไทยอย่างยั่งยืน

ข้อมูลจาก : https://www.depa.or.th/th/article-view/smes-technology