• Home
  • Blog
  • Uncategorized
  • ทำไม? AI และ ML จึงเป็นทางเลือกที่หนึ่งด้านโลจิสติกส์

ทำไม? AI และ ML จึงเป็นทางเลือกที่หนึ่งด้านโลจิสติกส์

       AI และ Machine Learning สามารถช่วยธุรกิจของคุณให้พัฒนาได้อย่างไร?

       ในการวางแผนห่วงโซ่อุปทานหรือ (Supply Chain Planning – SCP) เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญที่สุดที่รวมอยู่ในการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management หรือ SCM) ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเครื่องมือที่เชื่อถือได้สำหรับการพัฒนาแผนงานที่มีประสิทธิภาพ หากคุณใช้ AI และ Machine Learning กระบวนการตัดสินใจในซัพพลายเชนอย่างเหมาะสม และการวิเคราะห์ชุดข้อมูลขนาดใหญ่โดยใช้อัลกอริทึมอัจฉริยะ จะสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน และในขณะเดียวกันก็เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการจัดส่งได้อีกด้วย

       นี่จึงเป็นเหตุผลว่าในวงการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน จึงมีการนำเทคโนโลยี AI และ Machine Learning มาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาดูกันว่าทำอะไรได้บ้าง

 

16145865978704

 

      ติดตามและวิเคราะห์คลังสินค้า

       Computer Vision (CV) หรือการนำเทคโนโยลีสารสนเทศต่างๆ ทั้งภาพและวิดีโอมาประมวลผล โดยนำหลักการทางคณิตศาสตร์เข้ามาช่วยในการพัฒนาเครื่องมือ ซึ่งปัจจุบันมีการนำ AI และ Machine Learning มาใช้งานให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น ระบบ CV ที่สามารถอ่านบาร์โค้ดสินค้าอัตโนมัติ และสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ได้ หรือการตรวจสอบและติดตามสินค้าเพื่อป้องกันการโจรกรรมและการละเมิดกฎความปลอดภัยภายในคลังสินค้า รวมทั้งเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าโดยระบบ CV ในปัจจุบันยังสามารถระบุได้ว่าใครกำลังเข้าและออกจากพื้นที่คลังสินค้าได้อีกด้วย

 

       ระบบคาดการณ์ตลาดล่วงหน้า

       ปัจจุบันในการประเมินสถานการณ์ผลิตสินค้า หรือการจัดเก็บสินค้า และที่สำคัญมีการนำ AI และ Machine Learning มาทำนายปริมาณความต้องการซื้อสินค้าและบริการชนิดใดชนิดหนึ่งของผู้บริโภคล่วงหน้าได้ ซึ่งจากข้อมูลที่มี ทำให้ผู้ผลิตสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาประมวลผล โดยการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อประเมินความต้องการของตลาดในเบื้องต้น ซึ่งจะสังเกตว่าหากมีสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาด ภาคการผลิตจะสามารถผลิตสินค้าดังกล่าวออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว นั่นเพราะผู้ประกอบการบางรายสามารถประเมินตลาดในเบื้องต้นได้ แต่สำหรับบริบทของเทคโนโลยีจะทำให้ทุกอย่างง่ายและแม่นยำมากขึ้นนั่นเอง

 

       การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งสินค้า

       กระบวนการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน เพื่อลดต้นทุนในการจัดส่งและทำให้กระบวนการจัดส่งเร็วขึ้น ธุรกิจสามารถใช้ AI และ Machine Learning ให้เกิดประโยชน์ได้มาก กรณีตัวอย่างเช่น บริษัทด้านอีคอมเมิร์ซที่มีลูกค้าจำนวนมาก มีการซื้อขายเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องมีระบบในการวางแผนการจัดส่งที่มีคุณภาพ ด้วยการใช้เทคโนโลยี AI และ Machine Learning ในการจัดหมวดหมู่การจัดส่งสินค้า และการใช้อัลกอลิทึ่มในการวิเคราะห์การกำหนดเส้นทางการจัดส่งสินค้า ซึ่งปัจจุบันแม้จะมีตัวแทนในการรับจัดส่งสินค้าเกิดขึ้น ทว่าเทคโนโลยีด้านการวางแผนการจัดส่งยังมีความจำเป็นสำหรับธุรกิจที่เป็นแบรนด์ และขยายตลาดในช่องทางออนไลน์

 

       การเลือกซัพพลายเออร์

        ในวงการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนจะทราบกันดีว่า การเลือกซัพพลายเออร์ในการจัดส่งวัตถุดิบที่เชื่อถือได้และสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นเป็นสิ่งท้าทายอย่างยิ่ง การได้ซัพพลายเออร์ที่ดีและมีราคาที่น่าพอใจ เป็นสิ่งที่ส่งผลถึงต้นทุนในการดำเนินธุรกิจในเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ข่าวดีคือในปัจจุบันเทคโนโลยี AI และ Machine Learning มีชุดข้อมูลตามการดำเนินการจัดการคัดเลือกซัพพลายเออร์ให้คุณ ซึ่งธุรกิจจะได้รับการคาดการณ์และประเมินที่น่าเชื่อถือ จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้

 

       การวางแผนกำลังคน

       การวางแผนกำลังคนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการจัดการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มันเกี่ยวข้องกับกระบวนการต่างๆ เช่น การสรรหา การเก็บรักษา การพัฒนาพนักงาน การปรับใช้งานใหม่ การจัดการประสิทธิภาพและอื่นๆ โซลูชันการเรียนรู้ AI และ Machine Learning สามารถลดความซับซ้อนได้อย่างมาก และทำให้กลยุทธ์การวางแผนกำลังคนของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยเหตุนี้คุณจะได้ทีมที่มีความสุขมากขึ้น นี่เป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากพนักงานที่ชอบองค์กรและวิธีการทำงานมีประสิทธิผลมากขึ้น และด้วยทีมงานเช่นนี้ธุรกิจของคุณจะประสบความสำเร็จมากขึ้น

 

16145866062721

       คาดการณ์ความเสียหายของยานพาหนะล่วงหน้า

        นอกจากการทำนายความต้องการของลูกค้าแล้ว AI และ machine learning ก็ยังมีบทบาทที่สำคัญในการทำนายความเสียหายของอุปกรณ์หรือยานพาหนะล่วงหน้า ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถป้องกันความเสียหายได้ทันท่วงที ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ในลักษณะของ predictive maintenance นั่นเอง

       กรณีตัวอย่างที่หยิบยกมาเล่าสู่กันในที่นี้ แท้จริงยังมีอีกมากที่เทคโนโลยีในปัจจุบันนำมาตอบโจทย์ในการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบติดตามการขนส่งอัจฉริยะ ที่ระบบจะส่งข้อมูลการขนส่งทุกขณะแบบเรียลไทม์ หรือระบบการประเมินความเสี่ยงภายในคลังสินค้าในทุกกรณี เช่นว่าสถานการณ์ปัจจุบันอาจนำไปสู่ความเสียหายในด้านต่างๆ อาทิ ความเสียหายจากทรัพย์สิน ความเสียหายของบุคลากร หรือความเสียหายในกระบวนการจัดส่ง นี่จึงเป็นคำตอบที่ว่าทำไมธุรกิจโลจิสติกส์ชั้นนำทั่วโลกเลือกใช้เทคโนโลยี AI และ Machine Learning ให้เป็นผู้ช่วยเบอร์หนึ่งในการจัดการด้านโลจิสติกส์

ข้อมูลและรูปภาพประกอบจาก :  https://www.bangkokbanksme.com/en/ai-and-ml-first-choice-in-logistics