แนวโน้มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและยานยนต์ของไทย ปี 2563 – 2565

แนวโน้มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและยานยนต์ของไทย ปี 2563 – 2565

 รถยนต์

แนวโน้มปี 2563 – 2565 

          ผู้ผลิตรถยนต์

          การผลิตรถยนต์ของไทยในระยะ 3 ปีข้างหน้ามีแนวโน้มขยายตัวในช่วง – 0.5% ถึง 1.5% จากปัจจัยดังนี้

  • ยอดขายในประเทศมีแนวโน้มเติบโตในอัตราเฉลี่ย 0-2% ต่อปี ตามภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับผู้ผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ยังอาจได้อานิสงส์จากการขยายตัวของภาคก่อสร้าง รวมทั้งแนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก ออนไลน์ และธุรกิจโลจิสติกส์ อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตของยอดขายมีแนวโน้มจำกัด เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาผู้บริโภคภายใต้โครงการรถคันแรกได้ทยอยเปลี่ยนรถใหม่ไปจำนวนหนึ่งแล้ว ทำให้จำนวนการเปลี่ยนรถใหม่จะทยอยลดลงในระยะถัดไป ประกอบกับสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น
 
 
  • ปริมาณส่งออกรถยนต์ของไทยจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย -0.5% ถึง 1.5% ต่อปีในช่วง 3 ปีข้างหน้า ปัจจัยหนุนจาก

          1) หลายค่ายรถเร่งส่งออก Eco-car ให้ครบตามเงื่อนไขของ BOI1/ อาทิ โตโยต้า มิตซูบิชิ นิสสัน และซูซูกิ

          2) เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญยังเติบโตต่อเนื่อง

          3) การส่งออกรถยนต์ไปประเทศเพื่อนบ้านขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังเติบโตดีโดยเฉพาะ เวียดนาม หลังรัฐบาลเวียดนามผ่อนคลายความเข้มงวดในการนำเข้ารถยนต์ลงบางส่วน 2/ แต่ยังมีปัจจัยท้าทายภาคส่งออกรถยนต์ของไทย เนื่องจากการที่รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกมีนโยบายสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอาจกระทบ ต่อการส่งออกรถยนต์ของไทยซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน


 

รถจักรยานยนต์

แนวโน้มปี 2563-2565 

 

ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์

          ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในประเทศมีแนวโน้มซบเซาต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะขยายตัวในช่วง -1% ถึง 2% ตลอด 3 ปีข้างหน้า ท่ามกลางปัจจัย ต่างๆ ดังนี้

          ปัจจัยบวก ได้แก่ ภาครัฐยังคงมีมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่แบรนด์ “Royal Enfield” (สัญชาติอินเดีย ซึ่งเป็นแบรนด์ดั้งเดิมจากอังกฤษ) เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยเพื่อจำหน่ายในประเทศ เป็นหลัก

          ปัจจัยลบ ได้แก่ รายได้ภาคเกษตรที่คาดว่าจะยังซบเซา และราคาจำหน่ายรถจักรยานยนต์มีแนวโน้มสูงขึ้นตามอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ (มีผล บังคับใช้ 1 ม.ค.2563) สำหรับตลาดส่งออก คาดว่าปริมาณส่งออกระยะ 3 ปี ข้างหน้าจะเติบโตอยู่ในช่วง 0-5% ต่อปีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ ค้า และผู้ผลิตแบรนด์ “ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน” จะทยอยส่งออกได้เพิ่มขึ้น ทำให้คาดว่า ปริมาณการผลิตรถจักรยานยนต์ในปี 2563-2565 จะเติบโตอยู่ในช่วง 0-3% ต่อปี


 

ชิ้นส่วนยานยนต์

แนวโน้มปี 2563-2565 

          การผลิตและความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศมีแนวโน้มเติบโต เล็กน้อยในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยอุปสงค์ในตลาด OEM มีแนวโน้มทรงตัวตาม ปริมาณการผลิตยานยนต์

          ขณะที่อุปสงค์ในตลาด REM คาดว่าจะเติบโตตาม ปริมาณยานยนต์สะสมที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะรถยนต์จากโครงการรถยนต์คันแรกที่มีอายุเพิ่มขึ้น (อายุประมาณ 7-8 ปี ในปี 2563 ) และจำเป็นต้องซ่อมแซม/ เปลี่ยนชิ้นส่วนสำคัญซึ่งมีมูลค่าสูง 1/ เช่น ระบบเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน เป็นต้น

 

          ส่วนการส่งออกชิ้นส่วนฯ มีแนวโน้มเติบโตตามปริมาณจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลก โดย Euromonitor คาดการณ์ว่าจะเติบโต 2.7% ในปี 2563 2.2% ในปี 2564 และ2.5% ในปี 2565 อานิสงส์จากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ทำให้ไทยมีโอกาสส่งออกชิ้นส่วนฯ ไปยังตลาดสหรัฐฯ ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศส่งออกหลักอื่นอาจเติบโตไม่มากนักตามภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตในระดับต่ำ

1/ จากข้อมูลจำนวนรถยนต์จดทะเบียนสะสมของกรมขนส่งทางบก (ณ ธันวาคม 2561) วิจัยกรุงศรีฯ คำนวณอายุรถยนต์ เฉลี่ยของไทย พบว่า รถปิคอัพมีอายุเฉลี่ย 11.9 ปี และรถยนต์นั่งมีอายุเฉลี่ย 8.7 ปี ในขณะที่รถยนต์โดยทั่วไปมีอายุ การใช้งานเฉลี่ย 7-10 ปี (ที่มา: Ridebuster.com)

ข้อมูลและรูปภาพจาก : แนวโน้มธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยปี 2563-2565 | วิจัยกรุงศรี

Close Menu