4 ตัวอย่างในการนำเทคโนโลยี Blockchain ไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม

4 ตัวอย่างในการนำเทคโนโลยี Blockchain ไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม

       ในช่วงที่ผ่านมามีอุตสาหกรรมจำนวนมาก ที่ไม่การยอมรับและนำเอาเทคโนโลยี Blockchain เข้าไปใช้ในอุตสาหกรรม ในขณะเดียวกันก็มีบางอุตสาหกรรม เริ่มมีการนำเอาเทคโนโลยี Blockchain ไปใช้ในการจัดการกับธุรกรรมทางธุรกิจของตนเอง ดังนั้นเราจะมาลองดู ตัวอย่างการนำ Blockchain ไปประยุกต์ใช้อย่างประสบความสำเร็จ เช่น

blog-1

ภาพที่ 4 Financial Industry
ที่มา: สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

 

       1. ตัวอย่างบริการด้านการเงิน
       จากสถิติตัวเลขล่าสุดของการสำรวจจากสื่อออนไลน์ Finance Time แสดงให้เห็นว่าการนำเอาเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในอุตสาหกรรมบริการด้านการเงิน ลงได้ประมาณปีละ 2.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งอุตสาหกรรมบริการด้านการเงิน ได้นำเอาเทคโนโลยี Blockchain ไปประยุกต์ใช้กับการทำธุรกรรมหลายอย่าง อาทิ ใช้ในกระบวนการการคัดกรองลูกค้า ใช้เพื่อการบันทึกข้อมูลความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ใช้ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและการประมวลผลธุรกรรมทางการค้า เป็นต้น

      ตัวอย่างความสำเร็จที่ชัดเจน คือ ในแต่ละปีอุตสาหกรรมประกันภัย มีธุรกรรรมที่มีปัญหาการฉ้อโกง ที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับอุตสาหกรรมนี้ปีละกว่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเมื่อนำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาใช้ ทำให้อุตสาหกรรมนี้ สามารถลดค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ เพื่อการตรวจสอบได้เป็นจำนวนมาก โดยในยุโรปมีบริษัทประกันภัยจำนวนหนึ่ง ได้รวมกลุ่มพันธมิตรในอุตสาหกรรมจัดตั้งขึ้นเป็นสมาคม Riskblock (Riskblock Blockchain Consortium) โดยสมาชิกในสมาคม จะมีการแบ่งปันฐานข้อมูลลูกค้า มาแลกเปลี่ยนและตรวจสอบธุรกรรมการเคลมประกันซึ่งกันและกันในกลุ่มพันธมิตร Blockchain ทำให้บริษัทประกันภัยในสมาคม สามารถลดระยะเวลาในการตรวจสอบความถูกต้องของการเคลมประกันของลูกค้าได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว และช่วยลดปัญหาการเคลมซ้ำซ้อนและการฉ้อโกง ลงได้มาก

blog-2

ภาพที่ 5 Smart Contracts
ที่มา: สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

       2. ตัวอย่างการใช้สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contact)
       เทคโนโลยี Blockchain และ Smart Contract เหมาะอย่างยิ่งกับงานที่เกี่ยวข้องกับการยืนยันและรักษาสิทธิความเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องมีการทำสัญญาตามกฎหมาย การรักษาสิทธิของเจ้าของ มักจะต้องอาศัยทนายหรือที่ปรึกษากฎหมายเข้ามาเป็นผู้ดำเนินการให้ แต่เมื่อมีการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ก็สามารถที่จะกำหนดและดำเนินการได้ด้วยตนเอง ซึ่งปกติปัญหาเกี่ยวกับสิทธิความเป็นเจ้าของและเรื่องของค่าลิขสิทธิ์นั้น เป็นเรื่องที่มีการใช้อย่างกว้างขวางอยู่แล้ว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมบันเทิง ที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ตลอดเวลา แต่เมื่อนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ ทำให้การละเมิดลิขสิทธิ์ทำได้ยาก เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆก็ตามในสัญญาหรือผลงาน การเปลี่ยนนั้นจะต้องได้รับการรายงานไปให้กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่อยู่ใน Chain (สายโซ่) เดียวกัน ทำให้ยากต่อการปลอมแปลง

       ตัวอย่างของแอปพลิเคชันที่ทำหน้าที่นี้ ได้แก่ Ujomusic ที่เป็นแอปพลิเคชันหนึ่งที่ช่วยให้ศิลปินที่ขายผลงานผ่านระบบ Streaming ได้รับค่าลิขสิทธิ์จากผู้ฟังทั่วโลก

blog-3

ภาพที่ 6 Digital IDs
ที่มา: สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

       3. ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในเรื่องของการพิสูจน์ตัวตนแบบดิจิทัล (Digital ID)
       จากข้อมูลของธนาคารโลกพบว่าประชาชนในโลกจำนวนประมาณ 1.1 พันล้านคนทั่วโลก ยังไม่มีวิธีพิสูจน์ตัวตน ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้ ทั้งนี้ตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินในรูปแบบดั้งเดิมและรูปแบบดิจิทัล จะมีระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับขั้นตอนในการเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างเข้มงวด ซึ่งหากลูกค้าไม่มีวิธีพิสูจน์ตัวตน ก็จะไม่สามารถใช้บริการได้ อย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาดังกล่าวข้างต้น ผู้ให้บริการหลายราย ก็ยังไม่สามารถทำให้การพิสูจน์ตัวตน ผ่านมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด เพราะในแต่ละประเทศ มีกฎหมายและระเบียบปฏิบัติ ที่เข้มงวดแตกต่างกัน

       ปัจจุบันบริษัทผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีหลายราย เช่น IBM, Microsoft และ Cisco อยู่ระหว่างดำเนินการนำเทคโนโลยี Blockchain ไปใช้ในการ ตรวจสอบและพิสูจน์ตัวตนแบบดิจิทัล ได้อย่างปลอดภัยและเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มากขึ้น

blog-4

ภาพที่ 6 Blockchain Internet-of-Things
ที่มา: สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

 

       4. Blockchain Internet of Things (IoT)
      จากรายงานของ Gartner คาดการณ์ว่าในช่วงปี 2020 จะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ IoT ประมาณ 20.4 พันล้านชิ้นและการคาดการณ์ต่อไปว่าตลาด IoT จะมีมูลค่าถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีภายในปี 2026 ซึ่งอุปกรณ์ IoT ที่มีความสามารถจัดการ Blockchain ภายใน จะทำให้การประมวลผลต่าง ๆ ของอุปกรณ์ ทำได้เร็วขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้ เพราะอุปกรณ์ต่าง ๆเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องถูกควบคุมจากศูนย์กลางแบบอุตสาหกรรมการเงิน ทำให้ธุรกิจต่าง ๆสามารถนำอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยี Blockchain อยู่ภายใน ไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายรูปแบบได้มากขึ้นกว่าเดิม

       ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ที่ชัดเจนคือ helium ที่เป็นมาตรฐานเปิด ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ IoT เพื่อใช้สร้างเครือข่าย Blockchain แบบไร้สาย ที่มีการกระจายอำนาจและการจัดการได้อย่างง่าย โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

 


 

       อนาคตของเทคโนโลยี Blockchain

       เทคโนโลยี Blockchain ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการนำไปประยุกต์ใช้งานและกำลังจะกลายเป็นเทคโนโลยีกระแสหลักในระยะต่อไป เพราะ Blockchain เป็นเทคโนโลยีการประมวลผลข้อมูลแบบกระจายตัว ทำให้ไม่ถูกควบคุมจากส่วนกลาง ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันให้การทำธุรกรรมในสังคมและเศรษฐกิจ มีความโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งต่างจากรูปแบบการทำธุรกรรมในรูปแบบเดิม การนำ Blockchain เข้ามาใช้จะทำให้รูปแบบการทำงานและการใช้ชีวิตของเราทุกคนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ดังนั้นการปรับตัวในโลกยุคดิจิทัลนี้รวดเร็วและรุนแรง การเตรียมพร้อมและการสร้างความสามารถในการเปลี่ยนตัวเองบนแพลตฟอร์มเทคโนโลยีสมัยใหม่จึงเป็นคุณสมบัติพื้นฐานขององค์กรยุคใหม่ที่จะอยู่รอดได้ในอนาคต

ที่มา :

โดย นายภาคภูมิ เอี่ยมจิตกุศล

ฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

เอกสารอ้างอิง

  • Exploring the Practical Applications of Blockchain Technology November 5, 2019 By Ashley Viens
  • Beyond the Hype: The Real Impact of Blockchain on Economy August 8, 2019 By Chirag Bhardwaj
  • The new generation of Blockchain 3.0 January 28, 2018 By Itsuki Watahash

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Close Menu