• Home
  • Blog
  • Uncategorized
  • เปิดเทรนด์ธุรกิจสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคดิจิทัล

เปิดเทรนด์ธุรกิจสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคดิจิทัล

       โลกหมุนเปลี่ยนเร็วจนปรับตัวตามไม่ทัน เป็นคำที่ไม่ได้เอาไว้พร่ำบ่นเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว หากแต่เป็นเรื่องที่ต้องตื่นตัวทั้งในแง่มุมของการทำธุรกิจและการใช้ชีวิตทั่วไป กับการเดินทางของประเทศไทยที่กำลังจะเข้าสู่ยุค 4.0 โดยประเทศไทยมีการลงทุนและส่งเสริมพัฒนาการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 โดยสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยข้อมูลภาพรวมและแนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัลที่สำคัญในปี 2563 ไว้ว่า

 

       1. กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัลที่มีการเติบโตสูง คือ ธุรกิจ E-Commerce ในประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นอย่างมาก โดยมูลค่าของ E-commerce ในประเทศไทยนับเป็นเม็ดเงินราว 748,000 ล้านบาท เป็นอันดับ 1 ของมูลค่าธุรกิจ E-commerce ในภูมิภาคอาเซียน โดยมีการประมาณอัตราการเติบโตเฉลี่ยของตลาดอยู่ที่ 20-30% ใน 2560-2562 ซึ่งเป็นผลมาจากการก้าวเข้ามาของเทคโนโลยีด้าน Online Delivery Service เช่น Lineman และ Grab จากตัวเลขพบว่า Lineman มียอดการใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 300% และมีผู้ใช้บริการ 1.5 ล้านคนต่อเดือนภายในระยะเวลา 2 ปี

 

       2. อุตสาหกรรมดิจิทัลที่ถูก Disrupt และได้รับผลกระทบอย่างมาก คือ อุตสาหกรรมโทรทัศน์ ที่มูลค่าลดลงจาก 115,000 ล้านบาทในปี 2557 สู่ 57,000 ล้านบาทในปี 2561 และสูญเสียผู้รับชมจนกระทั่งมีการคืนใบอนุญาตดิจิทัลทีวี ซึ่งเป็นผลมาจากการทดแทนของ Platform OTT ทางดิจิทัล อาทิเช่น Netflix และ Youtube ที่เริ่มลงทุนให้บริการและผลิต Content สำหรับประเทศ รวมทั้งอุตสาหกรรมการเงินที่ถูก Disrupt ด้วย Digital Banking และ Fintech จากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทยปี 2562 ระบุว่า จำนวนสาขาของธนาคารพาณิชย์ลดลงจาก 7,016 สาขาในปี 2559 เหลืออยู่ที่ 6,534 สาขาในปัจจุบัน

 

       3. การพัฒนาเทคโนโลยี AI จะ Disrupt รูปแบบการทำงานเดิมๆ จนส่งผลให้ความต้องการจ้างงานลดลง ทั้งนี้คาดกันว่างาน 7 ล้านตำแหน่งในประเทศอังกฤษจะถูกแทนที่ด้วย AI ภายใน 17 ปีข้างหน้า ในขณะที่ AI จะสามารถเข้าไปแทนที่ครึ่งหนึ่งของตำแหน่งงานต่างๆ ที่มีในสหรัฐอเมริกาได้ภายในช่วง 10-20 ปีนี้

 

       4. อุตสาหกรรมดิจิทัลที่ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือ กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) โดย Fiber Optic ได้กลายมาเป็นเทคโนโลยีหลักในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงตามบ้านเรือน โดยเมื่อเทียบกับปี 2561 Fiber Optic มีอัตราการใช้งานเพิ่มขึ้น 14.85% ในขณะที่เทคโนโลยีอื่นมีอัตราการใช้งานลดลง เช่น Cable Broadband มีอัตราลดลง 18.30% และ xDSL ลดลง 7.03%

 

       5. การเข้ามาของเทคโนโลยี 5G ซึ่งมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า 4G ถึง 10 เท่าจะช่วยยกระดับของโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน และเพิ่มอัตราการเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น ส่งเสริมการพัฒนาดิจิทัลคอนเทนต์ รวมไปถึงระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อภาคธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ สอดรับกับการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณการรับส่งข้อมูล (Bandwidth) อย่างต่อเนื่องตลอด 2 ถึง 3 ปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากปัจจัยหลักเช่น

– ความหลากหลายของดิจิทัลคอนเทนต์ที่มากขึ้น

– การใช้ Social Media ที่มากขึ้น

– ระบบเก็บข้อมูลแบบไร้สายและเทคโนโลยี Cloud Computing ที่เข้ามาแทนที่ระบบเก่า

 

      ทั้งนี้จากการคาดการณ์ของสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทยแล้วว่า อีคอมเมิร์ซเป็นธุรกิจที่มาแรงมากในช่วงกักตัวสู้โรค โดยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมีการเติบโตเป็น 100% ห้างค้าปลีกออนไลน์มียอดเติบโตพุ่งเป็น 110% การขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดียโต 100% ด้านฟู้ดเดลิเวอรีมีแนวโน้มเติบโตขึ้นถึง 31% และ Omni Channel โตขึ้น 20% และมีแนวโน้มว่าจะมีการพัฒนาเข้าสู่โลกยุค 5G ในเร็ววันหลังจากนี้

 


 

       เทรนด์ธุรกิจที่จะเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

       การก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลนั้น เป็นสิ่งที่หมายรวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตและบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลหรือการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลใน 5 สาขา ได้แก่ กลุ่มฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Hardware & Smart Device), กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Software), กลุ่มอุตสาหกรรมด้านการสื่อสาร (Communications), กลุ่มอุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล (Digital Service) และกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content)

       นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคสินค้าต่างไปจากเดิม ผู้คนหันมาสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้ไปจนถึงผัก ปลา วัตถุดิบสดที่นำมาประกอบอาหาร ผ่านการให้บริการแบบเดลิเวอรีแทนการออกไปซื้อทานเองนอกบ้าน และการที่ผู้คนยังหันมาทำงานผ่านแพลตฟอร์มให้บริการทำงานออนไลน์ จากการที่ธุรกิจต่างๆ ไม่สามารถเปิดทำการได้ ทำให้ความต้องการแพลตฟอร์มทำงานจากที่บ้านเพิ่มขึ้น จนเกิดการเติบโตในอุตสาหกรรม 5G เนื่องจากเกิดแอปพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่ต้องการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอสตรีมมิ่ง หรือการประชุมทางไกล เกม ช้อปปิ้ง การชำระเงิน การทำงานและการลงทุน ขึ้นมาให้บริการครอบคลุมหลากหลายมากขึ้น

       ดังนั้น การที่ไทยจะก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลแบบเต็มตัวก็คงไม่ใช่แค่ภาพฝันของรัฐบาล หากแต่มันได้เกิดขึ้นแล้วตามโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ แม้จะยังไม่ชัดเจน ไทยก็มีการลงทุนด้านโครงข่ายโทรคมนาคมและการสื่อสารทั้งในระบบไร้สายจากภาคเอกชน และระบบสายจากภาครัฐในพื้นที่ห่างไกลเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ผ่านการประมูลสัญญาณ 5G และมีจุดเด่นของอุตสาหกรรมดิจิทัลด้านการส่งออกฮาร์ดแวร์ ที่ส่งออกไปประเทศสหรัฐอเมริกา ฮ่องกง และจีน มาตลอด

       ส่วนด้านตลาดการผลิตซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ไทยในปี 2559 มีมูลค่ารวม 50,129 ล้านบาท และในปีเดียวกันไทยมีมูลค่าตลาดดิจิทัลคอนเทนต์รวมประมาณ 21,980 ล้านบาท จากสาขาแอนิเมชัน มูลค่า 3,966 ล้านบาท สาขาคาแรคเตอร์ มูลค่า 1,687 ล้านบาท และสาขาเกม มีมูลค่า 16,327 ล้านบาท ที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น

       แม้ปัญหาสำคัญของไทยในการที่จะก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลแบบเต็มตัว จะเป็นด้านทรัพยากรมนุษย์ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้งานหรือเข้าถึงนวัตกรรมดิจิทัล ไปจนถึงขาดบุคลากรชำนาญการก็ตาม แต่เมื่อโลกหมุนเปลี่ยนไปเชื่อว่าผู้คนก็จะปรับเปลี่ยนตาม เหมือนที่ไม่เคยมีใครในช่วงเวลาที่ย้อนไปเมื่อ 30 ปีก่อนจะคาดคิดได้ว่า มือถือเพียงเครื่องเดียวจะสามารถทำอะไรได้ร้อยพันอย่างเหมือนในปัจจุบัน

ที่มา : https://www.bangkokbanksme.com