โควิด-19 ส่งผลให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีร่วงทั่วโลก

โควิด-19 ส่งผลให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีร่วงทั่วโลก

          จีนเป็นผู้บริโภคด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลก การปิดร้านค้า โรงงาน และสำนักงาน ส่งผลกระทบต่อยอดการสั่งซื้อสินค้า และทำให้รายได้ของบริษัทด้านเทคโนโลยีต่างๆ ลดลงไป แต่ภายใต้วิกฤติก็ยังมีโอกาสสำหรับบริษัทด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มที่ให้บริการออนไลน์

          บริษัทด้านเทคโนโลยีทั่วโลกต่างก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมด้านอื่นๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในปัจจุบันประเทศจีนโดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆ อย่างเซินเจิ้นได้กลายเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีไอที และเป็นผู้ผลิตสินค้าไอทีต่างๆ มากมาย ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทันทีที่โรงงานต่างๆ ในประเทศจีนต้องหยุดชั่วคราว เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ทำให้สินค้าด้านเทคโนโลยีอย่างโทรศัทพ์สมาร์ทโฟน อุปกรณ์วีอาร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ และแม้แต่รถยนต์ขาดตลาด ตัวอย่างเช่นการปิดโรงงาน Foconn และ Pegatron ทำให้ไอโฟน และแอร์พอดขาดตลาด รวมทั้งต้องเลื่อนส่งมอบรถยนต์ Tesla Model 3 จำหนวนหนึ่งออกไป

          นอกจากนี้ ประเทศจีนเป็นผู้บริโภคด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลก การปิดร้านค้า โรงงาน และสำนักงาน ทำให้มีผลกระทบต่อยอดการสั่งซื้อสินค้า และยิ่งวิกฤติไวรัสได้แพร่กระจายไปหลายๆ ประเทศทั่วโลกทั้งในเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และยุโรป ก็ยิ่งทำให้รายได้ของบริษัทด้านเทคโนโลยีต่างๆ ลดลงไปอย่างมาก 

          บริษัทแอ๊ปเปิ้ล ได้ประกาศล่วงหน้าแล้วว่ารายได้ในไตรมาสแรกของปีนี้คงจะพลาดเป้า เช่นเดียวกับ ไมโครซอฟท์ ที่นักลงทุนต่างคาดการณ์ว่าธุรกิจทางด้านระบบปฎิบัติการวินโดว์ส และอุปกรณ์เซอร์เฟซ คงไม่สามารถที่จะทำยอดขายได้ตามเป้า แต่อย่างไรก็ตามทางสำนักข่าว บลูมเบิร์ก คาดการณ์ว่าตัวเลขการนำส่งมือถือสมาร์ทโฟนของจีนที่ลดลงต่ำกว่าเป้าหมายในไตรมาสแรกปีนี้จะค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและอาจทำให้ตัวเลขไตรมาสสี่ของปีนี้สูงกว่าเป้าหมายได้

          วิกฤตินี้ยังส่งผลกระทบให้งานแสดงสินค้าหรือการประชุมใหญ่ๆ ของบริษัทด้านเทคโนโลยีจำนวนมากของโลกต้องเลื่อนหรือยกเลิกไป โดยเฉพาะงาน โมบาย เวิลด์ คองเกรส ที่จัดเป็นประจำทุกปีที่เมือง บาเซโลน่า ประเทศสเปน ที่เป็นหนึ่งในงานใหญ่ด้านไอที มีผู้คนเข้าชมหลายแสนคน และจัดต่อเนื่องมากว่า 50 ปี โดยตามแผนตั้งใจจะจัดช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ก็จำเป็นต้องประกาศยกเลิกตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมที่ยังมีการแพร่ระบาดของไวรัสเฉพาะที่ประเทศจีน ทั้งนี้เพราะผู้เข้าร่วมงาน และผู้แสดงสินค้าจำนวนมากจะมาจากประเทศจีน ที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีโทรคมนาคม

          นอกจากนี้ยังมีงานประจำปีใหญ่อื่นๆ ที่ได้ประกาศยกเลิกไปแล้ว อย่าง F8 Developer Conference ของเฟซบุ๊ค ที่จัดในเดือนมีนาคม Google I/O ที่จัดในเดือนพฤษภาคม และงาน Game Developer Conference ในเดือนมีนาคมที่ประกาศเลื่อนออกไปไม่มีกำหนดเนื่องจากผู้ร่วมงานรายใหญ่อย่าง อเมซอน , ไมโครซอฟท์, อีพิค เกมส์ , โซนี่ , อีเอ และเฟซบุ๊ค ถอนตัว

          อย่างไรก็ตามงานเหล่านี้บางงานยังเลือกที่จะใช้วิธีจัดการบรรยายผ่านระบบออนไลน์ให้ผู้ฟังทั่วโลก ดังเช่นงาน Google Cloud Next ที่ปกติจะมีผู้มาร่วมงาน 30,000 คนในต้นเดือนเมษายน ทางกูเกิลได้ประกาศยกเลิกการจัดงานในรูปแบบเดิมที่มีการออกบูธและการบรรยายในห้องต่างๆ เป็นการจัดงานผ่านระบบดิจิทัล แล้วเปลี่ยนชื่องานว่า Google Cloud Next’20: Digital Connect โดยยังจัดงานสามวันเช่นเดิม

          บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ ต่างก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤติไวรัสในครั้งนี้ เช่น Airbnb ต้องอนุญาตให้ลูกค้าสามารถยกเลิกการจองที่พักและการเดินต่างๆ โดยไม่ค่าปรับ ในกลุ่มลูกค้าที่เดินทางไปจีน และเกาหลีใต้

          อูเบอร์ ประกาศหยุดให้บริการผู้ใช้จำนวน 240 รายในประเทศเม็กซิโกเป็นการชั่วคราวเนื่องจากพบว่า มีผู้ใช้บริการกับผู้ขับรถจำนวน 2 คนที่อยู่ในข่ายการเฝ้าระวังการติดไวรัส

          อะเมซอน ได้นำสินค้ากว่าหนึ่งล้านรายการที่อ้างว่าสามารถรักษาหรือป้องกันไวรัส โควิด-19 ออกจากระบบ นอกจากนี้ยังพบมีพนักงานที่สำนักงานใหญ่หนึ่งรายที่ตรวจพบการติดเชื้อ

          กูเกิล ได้ปิดสำนักงานทั้งหมดในประเทศจีน ฮ่องกง และไต้หวัน และห้ามพนักงานเดินทางไปประเทศดังกล่าว

          เทสล่า ประกาศหยุดโรงงานชั่วคราวในเซี่ยงไฮ้ และระบุว่าอาจมีผลต่อกำไรในไตรมาสแรกของปีนี้

          ภายใต้วิฤติก็ยังมีโอกาสสำหรับบริษัทด้านเทคโนโลยีโดยเฉพาะกลุ่มที่ให้บริการออนไลน์ เนื่องจากผู้คนลดการเดินทางและหลายองค์กรให้ทำงานนอกสถานที่ จึงทำให้ยอดการดูรายการทีวีอย่าง เน็ตฟลิกซ์ หรือการส่งอาหารอย่างแกร็บ ฟู้ดมีปริมาณที่สูงขึ้น เช่นเดียวกันกับการซื้อสินค้าออนไลน์ ร่วมถึงการใช้งานในระบบการสื่อสารออนไลน์ และการประชุมออนไลน์ต่างๆ

          ทุกภาคส่วนต่างคาดหวังว่า วิกฤติครั้งนี้จะผ่านพ้นไปได้ในไม่นานนี้ ด้วยความหวังที่จะทำให้ยอดการบริโภคและการทำงานกลับมาสู่ปกติ และด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีก็น่าจะทำให้รายได้ของบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีกลับมาโดยเร็ว

ข้อมูลจาก :

https://www.bangkokbiznews.com
https://www.freepik.com

Close Menu