• Home
  • Blog
  • Uncategorized
  • “โดรน-ยานพาหนะอัจฉริยะ” พลิกอนาคตโลจิสติกส์

“โดรน-ยานพาหนะอัจฉริยะ” พลิกอนาคตโลจิสติกส์

       จะว่าอากาศยานไร้คนขับหรือ ‘โดรน’ กับยานพาหนะอัจฉริยะ นวัตกรรมใหม่ในการให้บริการขนส่งสินค้า กำลังจะปฏิวัติระบบโลจิสติกส์ทั่วโลกแบบพลิกโฉมหน้าก็ว่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 การนำเทคโนโลยียุคใหม่โดยอาศัยอากาศยานและยานพาหนะที่ไม่ต้องใช้มนุษย์ขับขี่โดยตรง แต่อาศัยการควบคุมโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า นอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งและช่วยลดต้นทุนแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ หรือแพร่เชื้ออีกทางหนึ่งด้วย

       โควิดจึงเป็นปัจจัยเร่งให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ผู้ประกอบธุรกิจการค้าและอุตสาหกรรมในหลายประเทศทั่วโลกแข่งกันวิจัยพัฒนา เพื่อนำโดรนและยานพาหนะไร้คนขับมาใช้ในการขนส่งสินค้า จนกล่าวได้ว่าการขนส่งรูปแบบใหม่ที่ถูกนำมาใช้แพร่หลายมากขึ้น คือโฉมหน้าในอนาคตของระบบโลจิสติกส์ทั่วโลก จากปัจจุบันหลายประเทศเริ่มนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ทั้งในสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป เอเชีย

 

16104459322656

       หลังประสบความสำเร็จในการนำโดรนมาใช้ทำการบินขนส่งสินค้าเป็นครั้งแรกในประเทศอินโดนีเซีย ตั้งแต่ปี 2562 ด้วยความจำเป็นจากสภาพพื้นที่และภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเกาะแก่ง ชนบทห่างไกล ถิ่นธุรกิจกันดารมีจำนวนมาก โดยทุ่มลงทุนซื้ออนาคต ปรากฏว่า JD.com ยักษ์อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ได้รับผลตอบแทนกลับคืนมาคุ้มค่ายิ่ง

       เป็นแรงผลักดันให้บิ๊กค้าปลีกออนไลน์เบอร์หนึ่งรายนี้ขยายการนำโดรนมาใช้ในเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ล่าสุดปลายเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา เจ้าของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ JD.com ได้นำโดรนมาใช้ในการให้บริการขนส่งสินค้าในประเทศจีนอย่างเป็นทางการ

 

       ด้วยการให้บริการขนส่งสินค้าจากเมืองสู้เชียน ในมณฑลเจียงซู ทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของจีน ไปยังหมู่บ้านในชนบทในบริเวณใกล้เคียงอีกพื้นที่หนึ่ง สามารถช่วยลดต้นทุนในการขนส่ง ขณะเดียวกันก็ชิงความได้เปรียบทางด้านการตลาดและการแข่งขัน เป็นการต่อยอดการให้บริการธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หลังจากบุกเบิกการขนส่งสินค้าโดยใช้โดรนกระจายหลายแห่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

       ถือเป็นการนำเทคโนโลยีด้านการขนส่งอัตโนมัติมาใช้ ทดแทนการขนส่งโดยใช้คนเหมือนในอดีต ส่งผลให้การขนส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทลายข้อจำกัดในการให้บริการขนส่งในพื้นที่ชนบทห่างไกลหรือเส้นทางทุรกันดาร อีกทั้งสอดรับกับยุคที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับไวรัสโควิด 19 จำเป็นต้องลดความเสี่ยงด้านสุขอนามัย และรักษาระยะห่างทางสังคม

 

       อย่างไรก็ตาม นอกจากช่วยหนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซของ JD.com แล้ว ยังมีแผนนำโดรนไปใช้สนับสนุนกิจกรรมหลากหลาย อย่างการสนับสนุนงานด้านมนุษยธรรมให้กับผู้คนทั่วโลก

 

       สำหรับในประเทศไทย จากที่ JD.com จับมือเป็นพันธมิตรกับกลุ่มเซ็นทรัล ยักษ์ใหญ่ธุรกิจธุรกิจศูนย์การค้า และห้างค้าปลีกในประเทศไทย ด้วยการร่วมทุนบุกตลาดอีคอมเมิร์ซ ภายใต้ชื่อ “เจดีเซ็นทรัล” (JD CENTRAL) ถือเป็นการผนึกกำลังกันระหว่าง 2 บิ๊ก คือบริษัทค้าปลีกใหญ่ที่สุดในประเทศจีน กับบริษัทค้าปลีกใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป้าหมายเพื่อมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ให้กับลูกค้า ทั้งบนเว็บไซต์ jd.co.th และแอพพลิเคชั่น JD CENTRAL บนมือถือ

 

       ต้องจับตาดูว่าภายใต้สถานการณ์การแข่งขันกันในตลาดค้าปลีก และตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ซึ่งนับวันจะรุนแรงขึ้น ยักษ์อีคอมเมิร์ซหลากหลายค่ายจะนำบริการขนส่งรูปแบบใหม่ โดยโดรนและยานพาหนะอัจฉริยะมาใช้สนองความต้องการลูกค้า ช่วงชิงความได้เปรียบด้านการตลาดและการแข่งชัน ช่วยลดต้นทุนและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งอย่างไรอีกบ้าง เชื่อว่าปีนี้ประชันกันเดือดอย่างแน่นอน 

ข้อมูลและรูปภาพประกอบจาก :  https://www.bangkokbanksme.com/en/drones-smart-vehicles-future-of-logistics