• Home
  • Blog
  • Uncategorized
  • เทรนด์เทคโนโลยีที่ช่วยสร้างประสบการณ์เหนือขั้นให้กับนักช็อป

เทรนด์เทคโนโลยีที่ช่วยสร้างประสบการณ์เหนือขั้นให้กับนักช็อป

       ธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มอาจถูกมองว่าได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 น้อยกว่ากลุ่มธุรกิจอื่น ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถค้าขายได้ตามปกติอย่างที่เคยเป็นมา เนื่องจากผู้บริโภคไม่ได้ใช้รูปแบบการทำธุรกรรมและการซื้อสินค้าแบบเดิม ๆ อีกต่อไป ทำให้ร้านค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มต้องหันมาคิดวางแผนใหม่ให้สอดคล้องกับทิศทางความเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัย รวมไปถึงการสร้างประสบการณ์และความสะดวกสบายก็ยังคงเป็นสิ่งที่ลูกค้าปรารถนา ดังนั้นร้านขายสินค้าจึงจำเป็นต้องใส่ใจพฤติกรรมผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นในแง่การออกแบบสภาพแวดล้อมของร้าน พร้อมนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการช่วยปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

       ผู้บริโภคในปี 2020 ถึง 2022 ยังคงต้องการรูปแบบประสบการณ์ด้านอาหาร เครื่องดื่ม และการบริการที่ดีขึ้นไปอีก ไม่เพียงแค่คาดหวังในด้านรสชาติเพียงอย่างเดียวแต่มองไปถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการซื้อสินค้าหรือบริการของแบรนด์ ดังนั้นธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มในอนาคตยังคงมีการแข่งกันอย่างเข้มข้นไม่เพียงแค่ระหว่างธุรกิจ แต่ยังต้องแข่งขันกับความคาดหวังของผู้บริโภค ซึ่งในบทความนี้เป็นการสรุปแนวโน้มเทคโนโลยีของกลุ่มธุรกิจ F&D โดย wgsn.com ที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ค้าในการปรับตัวในอนาคต

     

‘Technology – Contactless Commerce’ 

       นวัตกรรมด้านดิจิทัลต่าง ๆ จะเพิ่มจำนวนและเกิดอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น จากความต้องการ ความสะดวกสบายและการพึ่งพาเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคที่เป็นตัวเร่ง และยังมีการนำบริการอัตโนมัติและบริการไร้การสัมผัสมาใช้เพื่อรักษาภาวะด้านสุขอนามัย อย่างระบบการชำระเงินแบบ cashless ซึ่งผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกากว่า 87% ชอบซื้อสินค้าในร้านค้าที่มีบริการชำระเงินแบบออนไลน์มากกว่า หรือธุรกิจบริการบัตรเครดิตอย่าง Mastercard มียอดการใช้งานเพิ่มขึ้น 40% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2020 หรือร้านไก่ทอดชื่อดังอย่าง KFC มีการนำเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า (facial recognition technology) มาใช้ในการชำระเงินที่เรียกว่า ‘smile-to-pay’ โดยพัฒนาร่วมกับทีมด้านการเงินของ Alibaba ซึ่งผู้ใช้งานต้องใช้ควบคู่ไปกับแอพลิเคชัน Alipay และได้เปิดตัวบริการนี้ให้ได้ทดลองใช้งานในร้าน KFC สาขาต่าง ๆ ในเมืองหางโจว ของประเทศจีน ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการปรับตัวของร้านค้าปลีกที่นำรูปแบบการชำระเงินหรือการใช้สกุลเงินใหม่ ๆ มาดึงดูดกลุ่มลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น

     

‘Technology – Automated Stores’

       ร้านสะดวกซื้อแบบไร้คน (Unmanned Convenience Stores) กำลังเติบโตมากขึ้นในตลาดโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่มีส่วนแบ่งตลาดถึง 61.6% ของร้านสะดวกซื้อไร้คนทั่วโลก ในขณะที่ผู้นำด้าน e-commerce อย่าง Amazon ที่กำลังพัฒนาให้ Amazon Go เป็นร้านสะดวกซื้อไร้คนอย่างเต็มรูปแบบ ก็ยังมีรูปแบบร้านสะดวกซื้ออื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย อาทิ ‘AiFi’ เทคโนโลยีร้านสะดวกซื้อแบบไร้คนที่เริ่มเปิดตัวแล้วเมื่อช่วงต้นปี 2020 ที่ผ่านมา หรืออย่างห้างค้าปลีกสัญชาติจีน ‘Sunning’ ที่ได้เปลี่ยนเป็นระบบการชำระเงินเป็นแบบอัตโนมัติกับทั้ง 24 สาขาในประเทศจีน

Technology Trend of 6

 

‘Technology – Robots’

       เราอาจจะได้เห็นการใช้หุ่นยนต์มาคอยให้บริการหรือช่วยในการประกอบอาหารภายในร้านค้ามากยิ่งขึ้น อย่าง ‘Creator’ เครื่องผลิตแฮมเบอร์เกอร์อัตโนมัติในร้านเบอร์เกอร์ที่ซานฟรานซิสโก เพื่อป้องกันการสัมผัสของมนุษย์ อีกทั้งยังสามารถปรุงเบอร์เกอร์ได้ครั้งละหลาย ๆ ชิ้น และมีการพัฒนาระบบให้ลูกค้าสามารถเดินไปหยิบเบอร์เกอร์ที่สั่งไว้โดยที่อาหารไม่สัมผัสกับอากาศด้านนอกได้  ‘Breadbot’ ระบบหุ่นยนต์อบขนมปังที่พัฒนาแนวคิด farm-to-table ที่ผู้บริโภคต้องการความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ที่ส่งตรงจากเตา รวมถึงได้เครื่องที่มีกระบวนการผลิตขนมปังภายในเครื่องด้วย หรือหุ่นยนต์ส่งอาหารในเกาหลีใต้ ‘Baemin’s Merry Go Kitchen’ ที่สามารถแสดงและอ่านอารมณ์ของผู้ใช้ได้ หรือจะเป็น ‘B;eat’ หุ่นยนต์บาริสต้าของร้านกาแฟ Dal.komm ของเกาหลีใต้ที่เป็นหุ่นยนต์ตัวแรกของโลกที่ใช้ระบบ 5G ซึ่งลูกค้าสามารถสั่งเมนูได้ด้วยเสียงและสามารถแนะนำเมนูเครื่องดื่มและตอบคำถามได้อีกด้วย

 

‘Technology – Speed’

       เมื่อเวลายังคงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับลูกค้า การขายสินค้าให้ได้ในยุคที่ผู้บริโภคต้องการความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย มากขึ้นไปเรื่อย ๆ และในทางเดียวกันคือได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มคนในเมืองที่ต้องดำรงชีวิตแข่งกับเวลา ดังนั้นร้านค้าจึงต้องมีวิธีการดึงดูดกลุ่มนักช็อปเวลาจำกัดนี้ ยกตัวอย่าง ร้านสะดวกซื้อในออสเตรเลีย ‘Coles Local’ ได้ออกแบบร้านค้าในเมลเบิร์นใหม่ทั้งหมด เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าชาวมิลเลนเนียลด้วยแคมเปญ ‘meals made easy’ จำหน่ายสินค้าพร้อมทาน (ready-to-eat) และผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นกว่า 600 รายการ พร้อมกับมีป้ายแนะนำสินค้าและกระตุ้นการซื้อ เช่น ‘What’s For Dinner?’ , ‘Grab & Go’ รวมไปถึงการร่วมมือกับ Uber Eats เพื่อจัดส่งสินค้าแบบ delivery หรืออีกตัวอย่างหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมในเมืองใหญ่หลาย ๆ แห่ง คือการนำเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติมาปรับใช้และเพิ่มบริการให้ภายในร้านหรือพื้นที่สาธารณะ

 

       อาทิ ‘Mother’ ตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติที่ถูกติดตั้งอยู่ในหลายจุดทั่วกรุงลอนดอน เพื่อจำหน่ายให้กับคนที่ไม่มีเวลาในการไปนั่งร้านอาหาร โดยตู้จะมีการบอกข้อมูลทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์อาหารที่จำหน่ายในตู้และสามารถคัดเลือกอาหารได้ตามความต้องการ เช่น อาหารมังสวิรัติ อาหารที่มีน้ำตาลน้อย หรืออาหารที่มีไฟเบอร์สูง เป็นต้น ‘Farmer’s Fridge’ ในชิคาโกที่เป็นตู้จำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ อาทิ สลัด แซนวิช และภายในตู้ยังมีถังขยะไว้สำหรับรีไซเคิล และบริจาคอาหารที่ขายไม่ได้ให้กับชุมชนที่ขาดแคลนผ่านการร่วมมือกับกับคนภายในท้องถิ่น

Technology Trend of 4

ภาพ : www.coles.com.au/coles-and-co

ที่มา : https://web.tcdc.or.th

รูปภาพปก : https://unsplash.com/