5 ประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับอนาคตของ Warehouse Management

5 ประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับอนาคตของ Warehouse Management

          เฮลาคลิตุส นักปรัชญาชาวกรีกได้กล่าวไว้ว่า “สิ่งเดียวที่แน่นอนที่สุดในชีวิต คือการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งเป็นความจริงที่สุดในการจัดการคลังสินค้า เมื่อความคาดหวังสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา กลยุทธ์จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง และการลงทุนในเทคโนโลยีนวัตกรรม เช่น หุ่นยนต์และ AI เป็นทศวรรษของการวิวัฒนาการครั้งยิ่งใหญ่ของ Supply Chains และยังไม่มีท่าทีว่าจะมีการชะลอตัวในทศวรรษนี้

          ถึงเวลาที่เราต้องไตร่ตรองสิ่งที่ได้เรียนรู้จากปีที่แล้ว เพื่อนำมาปรับใช้วางกลยุทธ์ในปี 2020 นี้ และนี่คือรายงานประจำปีของเทรนด์แนวโน้ม Warehouse Management ที่น่าจับตามองในปีนี้

หุ่นยนต์คือเพื่อน ไม่ใช่ศัตรู

          แม้ว่าหุ่นยนต์จะกลายเป็นส่วนสำคัญของคลังสินค้า การลงทุนในโซลูชั่นการทำงานร่วมกันระหว่างคนและหุ่นยนต์แบบ Amazon ไม่สามารถทำได้ในธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง เพราะโซลูชั่นดังกล่าวต้องได้รับการออกแบบระบบใหม่ตั้งแต่ต้น และยังนำไปสู่คำถามเกี่ยวกับบทบาทของมนุษย์ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน แต่ในปี 2020 แบรนด์ต่างๆ มุ่งเน้นในการนำหุ่นยนต์มาทำงานร่วมกับคน แทนที่จะให้หุ่นยนต์ทำงานทั้งหมด

เพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่าในคลังสินค้า 

          ความต้องการของ “ประสบการณ์” กำลังเติบโตขึ้น จากข้อมูลของ Saleforce ระบุว่า 80% ของลูกค้ากล่าวว่าประสบการณ์ที่บริษัทมอบให้สำคัญเท่ากับสินค้าและบริการ แต่ไม่ใช่แค่ลูกค้าเท่านั้นที่ต้องการประสบการณ์ที่ดี ผู้จัดการคลังสินค้าก็ต้องการประสบการณ์ที่ดีเกี่ยวกับ Warehouse Management Software (WMS) ด้วยเช่นกัน

          เนื่องจากในปี 2020 นี้มีความท้าทายใหม่เกี่ยวกับการจัดส่งสินค้าให้ตรงเวลา ผู้จัดการคลังสินค้าต้องการเสนอ WMS ที่มี User Interface ที่ใช้งานง่าย พนักงานชั่วคราวทำงานได้รวดเร็วขึ้น (โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว) พวกเขากำลังมองหาการเข้าถึงได้ง่ายในการประมวลผลข้อมูล การติดตามประสิทธิภาพของคลังสินค้า และการตัดสินใจจากข้อมูลเพื่อนำไปปรับปรุงการดำเนินงาน

ระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งอยู่ที่นี่แล้ว!

          ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2020 เป็นต้นไป รัฐแคลิฟอร์เนียได้แนะนำ California Consumer Privacy Act (CCPA) กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งผู้ค้าปลีกในรัฐแคลิฟอร์เนียต้องปฏิบัติตาม โดยข้อมูลสำคัญของกฎหมายเป็นไปตาม GDPR ที่ถูกบัญญัติไว้ในปี 2018

         กฏหมายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ธุรกิจค้าปลีก และคลังสินค้าก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากชาวอเมริกันเรียกร้องให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บไว้และลบข้อมูลเหล่านั้นออก ผู้บริโภคยังสามารถห้ามให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลกับบริษัทที่สาม หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกลงโทษตามกฏหมาย

การบริการลูกค้าคือส่วนหนึ่ง

          ไม่มีลูกค้าคนใดชอบการบริการลูกค้าที่แย่ ข้อมูลจาก New Voice Media ได้กล่าวไว้ว่าต้นทุนของการบริการลูกค้าในธุรกิจมากกว่า 75 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี แต่การบริการลูกค้าได้ขยายความสัมพันธ์ระหว่างผู้ค้าปลีกและซัพพลายเออร์ รวมถึงผู้ขายเทคโนโลยี Supply Chains อีกด้วย

          หากซอต์ฟแวร์ WMS ของคุณดี ก็เหมือนกับคุณมีทีมติดตั้งและทีม Support ดี ดังนั้นการตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำแก่ลูกค้าในด้านโลจิสติกส์และ Supply Chains เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในปี 2020 การมีทีม Support ที่แข็งแกร่งพร้อมที่จะช่วยเหลือลูกค้า 24/7 มีความสำคัญเท่ากับโซลูชั่น

มองไปข้างหน้า!

           ปีใหม่ ทศวรรษใหม่ ที่เต็มไปด้วยความท้าทายใหม่ที่น่าสนใจ พร้อมโอกาสที่น่าตื่นเต้นในคลังสินค้าของคุณ เรียนรู้และมองหาโซลูชั่นใหม่ๆ หรือให้ Riverplus เป็นผู้ช่วยของคุณ

ข้อมูลและรูปภาพจาก : 

  • https://www.supplychainbrief.com
  • https://www.freepik.com/
Close Menu