ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

       ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจของผู้คนไปทั่วโลก หากแต่การมาเยือนบนผืนโลกของโรคชนิดนี้กลับนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงในด้านดีได้ในหลายแง่คิดและมุมมองด้วย ซึ่งหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้วิถีชีวิตผู้คนบนโลกนี้เปลี่ยนไป คือการทำธุรกิจในโมเดลรูปแบบใหม่ ที่ลดการพบปะผู้คนลง เพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังควบคุมไม่ได้หรือทำลายให้หายไปจากโลกนี้ไม่ได้

 

       Self-Service ในประเทศจีน

       ในช่วงที่ประเทศจีนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดกับการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ธุรกิจแบบ Self-Service แบบไร้การสัมผัส โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาร่วมขับเคลื่อนธุรกิจได้ผุดขึ้นมา ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ต้องระวังเรื่องของการติดเชื้อหรือการแพร่เชื้อต่อ 

       ดังตัวอย่างธุรกิจให้บริการแบบ Self-service แบบใหม่ที่จีนคิดค้นขึ้นมาเป็นที่แรกของโลก เช่น เครื่องจำหน่ายหน้ากากอนามัยแบบอัตโนมัติไร้สัมผัส ชำระเงินผ่านระบบบนมือถือหน้าตู้ หรือมีการปรับใช้ตู้คอนเทนเนอร์เป็นจุดทำอาหารแจกจ่ายเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์แบบอัตโนมัติไร้คนปรุง ที่สามารถปรุงอาหารแบบสดใหม่เสิร์ฟจากเตาร้อนๆ ได้ด้วยหุ่นยนต์ที่ถูกพัฒนาและโปรแกรมขึ้นมา ให้มีความสามารถในการปรุงอาหารแบบสดใหม่ได้ 36 จาน ภายในเวลา 15 นาที

       นอกจากนี้มียังมีการจัดสร้างร้านจำหน่ายของชำแบบค้าปลีกไร้พนักงาน เพื่อลดการสัมผัสแพร่เชื้อจากคนสู่คน เน้นการขายสินค้าอุปโภคที่จำเป็น ที่คนจีนให้การตอบรับดีรวมถึงมีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับการให้บริการอาหารแบบเดลิเวอร์รี่ไร้สัมผัส แบบไม่ต้องเห็นหน้าตาระหว่างผู้ส่งกับผู้สั่ง โดยจะลูกค้ามารับสินค้าที่สั่งไว้ผ่านตู้รับสินค้าแบบ Smart locker แบบปลอดเชื้อ/ฆ่าเชื้อได้ ที่เชื่อมต่อระบบเข้ากับมือถือหรือแอปพลิเคชันในการติดตามความเคลื่อนไหวและรับสินค้า ที่วางไว้ให้บริการตามจุดต่างๆ

       นี่จึงเป็นวิถีชีวิตใหม่ที่ลื่นไหลและเรียบง่าย ทั้งผู้ประกอบการและลูกค้าที่สามารถตอบรับและปรับใช้ได้ดี ด้วยต้นทุนการจัดการที่ลดลงจากการไม่ต้องจ้างพนักงาน หรือเช่าพื้นที่ร้านในสเกลขนาดใหญ่ ภายใต้นโยบายช่วยขับเคลื่อนธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศด้วยเทคโนโลยีที่ใช้งานได้ดีในชีวิตจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยต้องเปิดรับและนำมาปรับใช้ให้เข้ากับธุรกิจและสถานการณ์ในปัจจุบัน ผ่านการส่งเสริมจากภาครัฐ ที่ต้องการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล

 

 

       รื้อเทรนด์ธุรกิจแบบ Self – Serve Kiosk ขึ้นมาปัง

       การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากบริการ Self-Service ในประเทศจีน อาจนำมาสู่การทบทวนโมเดลธุรกิจแบบ Self – Serve Kiosk ที่เป็นตัวช่วยขยายธุรกิจให้เติบโตได้เร็ว ต้นทุนการบริหารจัดการไม่มาก ภายใต้โจทย์ของเทคโนโลยีไร้สัมผัสให้ขึ้นมาปังอีกรอบ เพื่อรองรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่อาจมาพร้อมกับการเปิดประเทศเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจภาคการท่องเที่ยวอีกครั้ง หากวัคซีนป้องกันโรคและยารักษายังไม่เข้าถึงทุกพื้นที่

       ซึ่งธุรกิจแบบ Self – Serve ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการ ยกตัวอย่างเช่น Starbucks Kiosk ในเหอหม่าของจีน ที่ลูกค้าไม่ต้องมาต่อแถวให้เสียเวลา สามารถสั่งรายการเครื่องดื่มและชำระเงินผ่าน QR Code บนมือถือที่เชื่อมโยงกับแอพพลิเคชั่นได้โดยไม่ต้องสัมผัส จากนั้นไปเดินช้อปปิ้งรอการแจ้งเตือนผ่านแอพพลิเคชั่นเมื่อกาแฟทำเสร็จแล้ว จึงกลับมารับสินค้าภายใต้ระบบการดูแลกาแฟให้สดใหม่ทุกแก้วและเก็บใน Smart locker เพื่อเตรียมไว้บริการลูกค้า หรือระบบทำกาแฟอัตโนมัติแบบ Starbucks On The Go ที่ตั้งเป็นจุดคีออสแบบ Self Service ที่จะมีพนักงานหรือผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยในพื้นที่ ทำความสะอาด เติมเต็มสินค้าและการทำงานของเครื่องชงกาแฟทุกๆ ชั่วโมง ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับที่ผู้ประกอบการในประเทศจีนเลือกใช้ในการดำเนินธุรกิจ ในสถานการณ์และพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หนัก

       ข้อมูลเหล่านี้เป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการไทยต้องคิดหาทางเผื่อไว้ในกรณีที่เลวร้ายสุดที่อาจเกิดการแพร่ระบาดหนักของโรคนี้ไปทั่วโลกแม้แต่ประเทศไทยที่คิดว่าคุมสถานการณ์ได้ก็อาจเอาไม่อยู่ นี่จึงเป็นการเปลี่ยนเพื่อปรับตัวในยุค New Normal และโควิด-19 ที่ผู้ประกอบการในประเทศไทยควรพิจารณานำมาใช้ดำเนินธุรกิจบ้างแล้ว.

ที่มา : https://www.bangkokbanksme.com

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Close Menu