แนวโน้มธุรกิจโลจิสติกส์ ประเทศไทย ปี 2563 – 2565

แนวโน้มธุรกิจโลจิสติกส์ ประเทศไทย ปี 2563 – 2565

คลังสินค้า

แนวโน้มปี 2563 – 2565

  • ความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้ามีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 5.7% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ปัจจัยสนับสนุนมาจาก

1) กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขยายตัว ทั้งด้านการผลิตและการค้า

2) การลงทุนเติบโตอานิสงส์จากการเร่งลงทุนภาครัฐ และการเติบโตของการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากมูลค่าโครงการของนักลงทุนต่างชาติที่ BOI ออกบัตรส่งเสริมการลงทุนแล้วต้องเร่งลงทุนในปี 2563 ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 เพิ่มขึ้น 10.4% YoY

3) Digital platform ใหม่ๆ ที่ หลากหลายขึ้น หนุนธุรกิจ e-Commerce ขยายตัวต่อเนื่อง

4) เศรษฐกิจ ประเทศเพื่อนบ้านมีแนวโน้มเติบโตในอัตราสูง หนุนกิจกรรมการค้า การจัดเก็บ และกระจายสินค้าบริเวณด่านพรมแดน

 

 

  • ด้านอุปทาน ในระยะ 3 ปีข้างหน้า คาดว่าผู้ประกอบการจะระมัดระวังในการลงทุนขยายพื้นที่คลังสินค้าให้เช่า หลังจากมีการเร่งลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า (ปี 2559-2561อุปทานเพิ่มเฉลี่ย 4.5 แสน ตร.ม. ต่อปี) ทำให้คาดว่า พื้นที่คลังสินค้าให้เช่าจะเพิ่มขึ้น 3.3 แสน ตร.ม. ต่อปี (ขยายตัวเฉลี่ย 5.9% ต่อปี) โดยผู้ประกอบการขนาดใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มพื้นที่คลังสินค้าให้เช่าแบบ สมัยใหม่ตามที่ลูกค้าต้องการ (Built to suit) มากขึ้น รวมถึงรับบริหารจัดการและ ให้บริการเสริมอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่มักทำสัญญาเช่าระยะยาว และผู้ประกอบการยังสามารถเรียกเก็บค่าเช่าได้ในอัตราสูง กว่าคลังสินค้าแบบดั้งเดิม ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กบางส่วนยังคง ขยายพื้นที่คลังสินค้าให้เช่าแบบดั้งเดิมในทำเลเดิมหรือพื้นที่ใกล้เคียง มีผลให้การ แข่งขันยังคงรุนแรง คาดว่าอัตราการเช่าพื้นที่จะลดลงอยู่ที่ 83.4% ส่วนการ ปรับขึ้นค่าเช่ายังทำได้ยาก 

 

  • คลังสินค้าให้เช่าในทำเลศักยภาพยังกระจุกตัวในนิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรม และเขตปลอดอากรทั่วประเทศที่มีกิจกรรมการผลิต จุดขนถ่ายสินค้า และเส้นทางขนส่งที่สะดวกต่อการกระจายสินค้าไปภูมิภาคต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จังหวัดในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออก จังหวัดศูนย์กลางในภูมิภาค รวมทั้งจังหวัดชายแดนที่มีจุดผ่านแดนเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน

บริการเดินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน

แนวโน้มปี 2563 – 2565

  • จำนวนผู้โดยสาร (Trips per day) ที่ใช้บริการเส้นทางรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในระยะ 1- 3 ปีข้างหน้ามีแนวโน้มขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามการเพิ่มขึ้นของ จำนวนผู้พักอาศัยบริเวณแนวเส้นทางรถไฟฟ้าและใกล้เคียงสถานีหรือจุดเชื่อมต่อการเดินทาง และจากการเปิดบริการเส้นทางส่วนต่อขยายจากสายเดิมและเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่

 

 

  • ช่วงปี 2563-2565 จะมีการเปิดบริการรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่และส่วนต่อขยายของเส้นทางเดิม ได้แก่

1) MRT จะเปิดบริการเชิงพาณิชย์ของส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ช่วงเตาปูน – ท่าพระ ในเดือนมีนาคม 2563

2) BTS จะเปิดเพิ่มส่วนต่อขยายสายสีเขียวอ่อน ตลอดเส้นทางในเดือนธันวาคม 2563 (ฝั่งเหนือ ช่วงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ – คูคต) รวมทั้งมีกำหนดการเปิดบริการเส้นทางใหม่ คือ สายสีชมพูและสายสีเหลืองในเดือน ตุลาคม 2564

3) รถไฟฟ้าชานเมือง (บริหารโดย ARL) สายสีแดง ช่วงรังสิต – บางซื่อตลิ่งชัน ในเดือนมกราคม 2564

ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้ผลประกอบการ ของผู้ให้บริการเติบโตต่อเนื่องตามการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าโดยสาร และการ บริหารจัดการพื้นที่เช่าเชิงพาณิชย์ รวมถึงการบริการดูแลระบบรถไฟฟ้าและ บริการระบบการสื่อสาร ตลอดจนรายได้จากการรับจ้างภาครัฐ (กทม. และรฟท.) ในการเดินรถส่วนต่อขยาย

 

 

ข้อมูลจาก :  แนวโน้มธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยปี 2563-2565 | วิจัยกรุงศรี

Close Menu