5 เทรนด์อุตสาหกรรมอัจฉริยะ ชนะคู่แข่งด้วยการเปลี่ยนเกมส์การผลิต

5 เทรนด์อุตสาหกรรมอัจฉริยะ ชนะคู่แข่งด้วยการเปลี่ยนเกมส์การผลิต

          การมาถึงของ Manufacturing Automation ทำให้มีการตั้งคำถามกับผู้เชี่ยวชาญหลายท่านเกี่ยวกับเทรนด์ใน Industrial Automation หรือระบบควบคุมอัตโนมัติทางด้านอุตสาหกรรมในปีนี้

          และนี่คือทศวรรษใหม่ ความคาดหวังของผู้ผลิตคืออะไร? ข้อมูลเชิงลึกเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมมองหาอยู่หรือไม่ ? และนี่คือแนวโน้มทััง 5 ข้อที่จะเกิดขึ้นในปีนี้

1. Mobile Robot ถูกนำมาใช้งานเพิ่มมากขึ้นในด้านการผลิตและโลจิสติกส์

          Autonomous mobile robots (AMRs) หรือหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ เป็นนวัตกรรมล่าสุดที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงหุ่นยนต์แบบดั้งเดิม ที่เพิ่มความยืดหยุ่นและ Application ที่หลากหลาย รวมถึงความสามารถเฉพาะตัวในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีการควบคุม ด้วยการใช้ทักษะความเข้าใจขั้นสูง บริษัทต่างๆ ในทุกอุตสาหกรรมกำลังหาข้อมูลว่า AMRs จะสามารถช่วยเขาได้อย่างไร

          ในขณะที่ E-commerce กำลังขยายตัว ความต้องการในการเติมเต็มด้านความรวดเร็วยิ่งเพิ่มมากขึ้น เป็นเรื่องยากที่บริษัท เช่น Amazon หรือ Walmart ทำการจ้างคนมาให้เพียงพอกับการจัดส่งสินค้าได้ตรงเวลา โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด ด้วยความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้จึงไม่สามารถทำงานได้โดยไม่มีระบบอัตโนมัติ AMRs ทำให้ Supply Chain มีการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วขึ้นในโรงงานผลิต และเข้ามาเพิ่มบทบาทในธุรกิจค้าปลีกสำหรับงานต่างๆ เช่น การทำความสะอาดพื้น หรือการสแกนสินค้าบนชั้นวางสินค้า 

2. Machine Vision กับการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น

          Machine Vision ถูกนำมาใช้ในเทคโนโลยีขั้นต้นสำหรับงานด้านการตรวจสอบและการพิสูจน์ตัวตน แต่อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ Vision ถูกนำมาใช้ในทุกบทบาท และทำให้เกิด Application ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ  

          Embedded Vision คือการนำความสามารถใหม่ๆ มาสู่ผลิตภัณฑ์เดิม เป็นการรวมกันของการจับภาพและเทคโนโลยีการประมวลภาพไว้ใน Device เดียว Embedded Systems มีน้ำหนักเบา ใช้พลังงานต่ำ มีฟีเจอร์แบบ Lean Design เพิ่มโอกาสในการสร้างฟังก์ชันใหม่ๆ ทำให้ระบบเดิมที่มีอยู่แล้วสมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์

          การดำเนินการในอุตสาหกรรมหนัก การใช้ Cobot ทำงานร่วมกับ Machine Vision หุ่นยนต์อุตสาหกรรมหลายล้านตัวในโรงงานสามารถทำงานร่วมกับคนได้อย่างปลอดภัย Vision ยังทำให้เกิดความก้าวหน้าในเทคโนโลยีต่างๆ เช่น รถยนต์ไร้คนขับ โดรน หรือแม้กระทั่งการเลือกซื้อของ เช่น ร้านค้าอย่าง Amazon Go

3. AI ทำให้เกิด Application ใหม่สำหรับหุ่นยนต์

         โซลูชั่นที่ใช้ประโยชน์จาก AI พร้อมแล้วสำหรับการนำไปใช้ในระบบออโตเมชั่นและการผลิต ในการนำไปปรับใช้ได้หลากหลายรูปแบบ เกิดการผสมสานยุคใหม่ของอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นความก้าวหน้าอย่างมากในปีหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ่นยนต์

         ซอฟต์แวร์ Machine Learning  ช่วยให้ระบบหุ่นยนต์ปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานของพวกเขา แทนที่จะถูกออกแบบมาให้ใช้แบบทำงานโดยทั่วไป และมีกระบวนการที่เหมาะสมกับข้อจำกัดของเครื่องจักร ซึ่งความก้าวหน้าเหล่านี้จะทำให้ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้สูงขึ้น และนำไปสู่การใช้งานที่เกี่ยวข้องในการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์

          ด้วยระบบที่เชื่อมต่อกันมากขึ้นซึ่งมีเทคโนโลยีเซนเซอร์ขั้นสูง AI สามารถระบุรูปแบบในข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการ Breakdown และปัญหาต่างๆ ของเครื่องจักร ข้อมูลนี้จะนำไปสู่ Application สำหรับการคาดการณ์ ในไม่ช้า AI จะสามารถตรวจหารูปแบบที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเครื่องจักรต้องการการบำรุงรักษา การแจ้งเตือนแบบอัตโนมัติเพื่อให้วิศวกรทำตามขั้นตอนในการซ่อมแซมก่อนจะเกิดความเสียหาย ช่วยลดการ Downtime ของเครื่องจักร AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มคุณภาพ และลดการเกิดของเสีย

          Machine Learning ใช้ในการสอนหุ่นยนต์ ทำอย่างไรที่ทำให้การทำงานประสบความสำเร็จ ซึ่งในที่สุดแล้วความก้าวหน้าจะทำให้หุ่นยนต์แชร์ความรู้ผ่านระบบ Cloud ทำให้หุ่นยนต์เรียนรู้สิ่งต่างๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเทคโนโลยีหุ่นยนต์และความเร็วในการใช้งาน

4. ความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด

          End Effectors คือจุดสูงสุดของทุกๆ ผลิตภัณฑ์ ความก้าวหน้าของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทำให้เกิดความปลอดภัย การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างคนและหุ่นยนต์ ความสะดวกในการใช้งาน และความยืดหยุ่นสำหรับการจัดการที่หลากหลายของรูปแบบและขนาด

          ในวันนี้ ความท้าทายในการพัฒนาโซลูชั่นคือความรวดเร็ว ไม่ต้องมีชั่วโมงเทรนนิ่งเยอะ และสามารถใช้ได้กับทุกผลิตภัณฑ์ แม้หุ่นยนต์จะไม่เคยเห็นมาก่อนหน้า ความก้าวหน้าส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่นี้ ส่วนหนึ่งมาจากความก้าวหน้าของ Machine Vision และ AI ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้

          การปรับปรุงการยึดจับทำให้หุ่นยนต์นำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ทุกชนิด รวมถึงอุปกรณ์เบเกอรี่แช่แข็ง ผัก ผลไม้ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค เหล่านี้จะนำไปสู่การใช้หุ่นยนต์ในงานที่ไม่เคยใช้มาก่อน เช่น กระบวนการแปรรูปอาหาร การเกษตร การจัดการมือถือในโกดังสินค้า และในที่สุดก็คือบ้านของเรา

5. การเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในทำงานร่วมกันกับหุ่นยนต์

         Application การทำงานร่วมกันกับหุ่นยนต์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก และมักเป็นจุดเริ่มต้นของผู้ใช้หุ่นยนต์รายใหม่ Application การทำงานร่วมกันช่วยสนับสนุนบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางให้ทำงานอัตโนมัติมากขึ้น หากบริษัทที่ไม่เคยใช้ระบบอัตโนมัติมาก่อนและมองเห็นถึง Application ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว นี่คือโอกาส

          จากร้านเล็กๆ ไปจนถึงบริษัทการบินและอวกาศ มีผู้ใช้งานใหม่ๆ ของหุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกันมากขึ้น เพราะหุ่นยนต์นี้มีการใช้งานที่ง่าย สามารถ Set up และปรับค่าได้รวดเร็ว ต้นทุนต่ำ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงานรอบข้าง (หมายถึงการใช้พื้นที่น้อยกว่า ลดต้นทุนของระบบรวมและความปลอดภัย)

          แม้ว่าบ่อยครั้งที่เรื่องความเร็ว น้ำหนักที่บรรจุ และปัญหาอื่นๆ ที่ทำให้ผู้ใช้งานกลับไปเลือกใช้หุ่นยนต์แบบเดิม แต่ในความเป็นจริงคือ หุ่นยนต์ทำงานร่วมกันกำลังเข้ามา Disrupt วงการอุตสาหกรรมและมีแนวโน้มว่ากำลังพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ 

          ตามสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) หุ่นยนต์ทำงานร่วมกันมีประมาณ 3% ของจำนวนการติดตั้งหุ่นยนต์ทั้งหมดทั่วโลก แต่มีแนวโน้มว่าเป็นส่วนที่เติบโตรวดเร็วที่สุดของยอดขายหุ่นยนต์ใหม่

ข้อมูลและรูปภาพจาก : https://www.automationmag.com

Close Menu