• Home
  • Blog
  • Uncategorized
  • กระแสเทคโนโลยี VR-AR ในปี 2021 ที่ธุรกิจต้องนำมาใช้

กระแสเทคโนโลยี VR-AR ในปี 2021 ที่ธุรกิจต้องนำมาใช้

       เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการทำธุรกิจและชีวิตผู้คนในหลายแง่มุม ที่จะไม่ได้มีแต่เพียงมอบความเสมือนจริงและสนุกสนานในภาคความบันเทิงหรือกลุ่มธุรกิจนายทุนขนาดใหญ่อีกต่อไป เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันได้พัฒนาจนเข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลาย ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยนำมาปรับใช้กับการทำธุรกิจได้มากขึ้นจากราคาเทคโนโลยีที่ถูกลง โดยเฉพาะการนำมาใช้กับการทำตลาดทั้งในแบบออฟไลน์และออนไลน์

       ซึ่งที่ผ่านมา IKEA ได้มีการนำเทคโนโลยี AR มาช่วยจำลองภาพให้ลูกค้า ได้เห็นมุมมองเสมือนจริงในการจัดแต่งบ้านและเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มาก และ Uniqlo ได้นำ AR  มาใช้กับธุรกิจเสื้อผ้า เพื่อช่วยสร้างเสริมประสบการณ์การช้อปปิ้งผ่านการสร้างห้องลองเสื้อผ้าเสมือนจริง ให้ผู้ใช้งานสามารถลองเสื้อผ้าเสมือนที่สร้างขึ้นจาก AR  โดยเปลี่ยนสไตล์ เปลี่ยนสี หรือไซส์ได้ด้วยตนเอง และกำลังกลายเป็นกระแสที่จะถูกนำมาใช้พัฒนาตลาดออนไลน์ของธุรกิจ E-Commerce กันมากขึ้น โดยแบรนด์ต่างๆ ได้มีการนำเทคโนโลยี AR/VR เข้ามาปรับใช้เพื่อเสริมประสบการการช้อปปิ้งออนไลน์ ให้มีความสะดวกสบายและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยบทบาทที่สำคัญที่ AR/VR มีต่อการทำธุรกิจในก้าวแห่งอนาคตอันใกล้ คือ

16052603145847
  1. AR/VR กำลังจะกลายเป็นอนาคตอันใกล้สำหรับทุกธุรกิจ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความต้องการในการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น
  2. AR/VR สามารถมอบประสบการณ์ให้กับลูกค้าที่เข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้ดีเกินคาด ผ่านการจำลอง ออกแบบบรรยากาศบ้าน หรือของตกแต่ง เสื้อผ้า การใช้งานสินค้าหรือประโยชน์ที่ลูกค้าคาดหวังว่าจะได้รับจากการใช้บริการหรือซื้อสินค้า
  3. AR/VR ช่วยทำให้การซื้อขายสินค้าออนไลน์เป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยการสร้างสินค้าเสมือนจริงในทุกมิติ ให้ลูกค้าได้สัมผัสสินค้าได้ทุกมิติมุมมอง จึงง่ายต่อการตัดสินใจซื้อ
  4. AR/VR  ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความสนใจ ซึ่งอาจจะใช้ในการสร้างเรื่องราวจำลองขึ้นมาบนสมมุติฐานด้านต่างๆ  ที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการ ก็จะทำให้ลูกค้าเห็นภาพชัดเจน เกิดความสนใจมากยิ่งขึ้น

 

       รายงานจาก Facebook IQ เผยว่า 63% ของผู้ทำแบบสำรวจจาก 11 ตลาดพบลูกค้ากลุ่มตัวอย่างสนใจใช้ VR เพื่อดูสินค้าแบบไม่ต้องไปที่ร้านค้าจริง โดยธุรกิจที่พวกเขาสนใจทดสอบสินค้าก่อนซื้อตามลำดับ คือ การท่องเที่ยว (71%), ความบันเทิง (59%), การขายปลีก (58%), ยานยนต์ (49%), และ เกม (48%) และมีผลการวิจัยของ Juniper Research ที่สำรวจตลาดเกี่ยวกับเทคโนโลยี VR ได้คาดการณ์เอาไว้ว่าในปี 2021 กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ VR จะมีมูลค่าทางการตลาดสูงถึง 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

       สำหรับเทคโนโลยี AR ได้มีการนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ในหลายแพลตฟอร์มดัง เช่น การสร้างอวตารจากรูปหน้าตัวเองของ Line การตกแต่งหน้าตาตัวเองให้สวยหล่อได้อย่างใจจาก FaceApp หรือ การเล่นเกมฮิตอย่าง Pogemom go ที่เป็นความเคยชินและทำได้ง่าย สำหรับเทคโนโลยี AR ได้มีการนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ในหลายแพลตฟอร์มดัง เช่นการสร้างอวตารจากรูปหน้าตัวเองของ Line การตกแต่งหน้าตาตัวเองให้สวยหล่อได้อย่างใจจาก Faceapp หรือ การเล่นเกมฮิตอย่าง Pogemom go ที่เป็นความเคยชินและทำได้ง่าย ไม่ซ้ำซ้อนเหมือน VR จึงสามารถครอบครองในลักษณะส่วนบุคคลได้ง่ายกว่า บนหลักการทำงานที่สำคัญ คือ

  1. Marker ทำหน้าที่เป็นตัวกำหนดตำแหน่ง และมุมมองภาพเสมือนจริง เพื่อให้คอมพิวเตอร์ได้ทำการสร้างภาพเสมือนขึ้นมา
  2. Camera หรือ Senser ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยจับข้อมูล เพื่อป้อนเข้าสู่ระบบประมวลผล วิเคราะห์ภาพที่จับได้ เพื่อนำมาสร้างเป็นโมเดลจำลอง
  3. การแสดงผล ทำหน้าที่แสดงภาพหรือโมเดลที่จำลองได้ แบบสามมิติ ด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ที่อาจแสดงผลชน จอมือถือ หรือจอคอมพิวเตอร์

       หากแต่ AR เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถตอบรับต่อการทำธุรกิจได้ทั้งหมด จำเป็นต้องพัฒนา VR เข้ามาช่วยเสริมสร้างประสบการณ์เสมือนจริงที่ดึงลูกค้าให้หลุดจากโลกความเป็นจริง ไปสู่ความตื่นตาตื่นใจกับสิ่งใหม่ที่ VR มอบให้ได้ดีกว่า AR เพื่อกระตุ้นให้เกิดความต้องการและตัดสินใจซื้อ ซึ่งปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นและหลายรูปแบบ เช่น

– Desktop VR หรือ Window on World Systems (WoW) ที่เป็นการใช้จอภาพธรรมดาในการแสดงภาพ/เสมือนจริง

– Telepresence เป็นการใช้อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณระยะไกลไว้ที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หนึ่ง เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับผู้ใช้งานในการแสดงภาพเสมือนจริง

– Video Mapping การนำวีดีโอมาเป็นอุปกรณ์นำเข้าข้อมูล และใช้เทคนิคคอมพิวเตอร์ในการแสดงผล

– Immersive Systems เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนส่วนบุคคล จะใช้จอภาพแบบสวมศีรษะ ในการแสดงภาพและเสียงของโลกเสมือน

16052603222634

       ดังนั้นก้าวต่อไปของปี 2021 จะมีการนำ AR เข้ามาปรับใช้เพื่อการพัฒนาทำคอนเทนต์เข้าสู่กระแสหลักกันมากขึ้น บนอุปกรณ์ที่เข้าถึงง่ายในราคาเพียงหลัก 3,000-30,000 บาท ที่จะกระตุ้นความสนใจของผู้คนและเพิ่มยอดขายได้มากยิ่งขึ้น จากประสบการณ์แปลกใหม่ในยุคที่ AR/VR ครองตลาด